|
|
|
|
|
|
|
|
ลุมพินี |
|
พุทธคยา |
|
สารนาถ |
|
กุสินารา |
|
|
กรุงเทพฯ-พุทธคยา
– พาราณสี – โครักปุร์ – ลุมพินี
(เนปาล) – กุสินารา – นาลันทา –
ราชคฤห์ – พุทธคยา-กรุงเทพฯ
17~23 เมษายน
2550 7
วัน 6
คืน
ค่าบริการท่านละ 32,899.-
บาท |
1)
วันที่ 17
กรุงเทพฯ – พุทธคยา
(ขอแต่งชุดขาววันนี้)
|
05.40 |
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ประตู 10 ชั้น 4
เคาน์เตอร์ที่
W
8 สายการบินดรุ๊กแอร์ |
|
07.40 |
เดินทางสู่เมืองพุทธคยา
ประเทศอินเดีย
ด้วยเที่ยวบินที่
KB 123 |
|
09.35 |
เครื่องถึงสนามบินคยา
พร้อมตรวจเช็คเอกสารเพื่อเดินทางต่อโดยรถปรับอากาศไปยังโรงแรมตัช
ทาพาร์ (TAJ
DARBAR)
(15 กม.) จัดทำธุระส่วนตัว
จัดสัมภาระ
|
|
11.00 |
รับประทานอาหารเที่ยง
(1) |
|
บ่าย |
ออกเดินทางไปชมวัดนานาชาติ
ที่วัดภูฐาน, วัดทิเบต,
วัดญี่ปุ่น, วัดเนปาล วัดไทย
เป็นต้น (2 กม.) จากนั้นเดินทางไปนมัสการพระมหาโพธิ์เจดีย์และพระพุทธเมตตา
(1 กม.)
พร้อมทั้งต้นพระศรีมหาโพธิ์
และพระแท่นวัชรอาสน์
ที่พระพุทธเจ้าประทับตอนตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิฐาณ
พระพุทธองค์ทรง อธิษฐานจิต
เพื่อความสำเร็จ
ณ
ที่นี่และเป็นศุนย์กลางของโลก
เชื่อกันว่าผู้ใดได้มานมัสการเจริญสมาธิ
ภานา และอธิษฐานจิตที่นี่
จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนาตามต้องการ
นำคณะไหว้พระเจริญ สมาธิ
ภาวนาและเวียนเทียน
หลังจากนี้นำท่านชมสุตตมหาสถาน
ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ได้ทรง
พิจารณา ลังจากตรัสรู้แล้ว
อันได้แก่ รัตนจงกรมเจดีย์รัตนฆรเจดีย์ อนิมิสสเจดีย์
และนำชม สระมุจรินทร์
ชมและช็อปปิ้ง
สินค้าพื้นเมืองที่บริเวณรอบเจดีย์พุทธคยาตามต้องการ
ได้เวลาพอสมควรกลับที่พัก
|
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ
(2)
พักผ่อนตามอัธยาศัย |
|
พักที่ |
โรงแรมตัช
ทาพาร์
(TAJ DARBAR) |
| |
|
|
2)
วันที่ 18
พุทธคยา- พาราณสี
|
06.00
|
รับประทานอาหารเช้า
ที่โรงแรม
(3) |
| |
แล้วเดินทางไปชมอนุสรณ์สถานหินนางสุขาดา
และสถานที่ทรงลอยถาดอธิษฐาน
ก่อนตรัสรู้(2 กม.) จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองพาราณสี(250
กม.)
|
|
11.00 |
รับประทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง
(4) |
|
15.00 |
คณะเดินทางถึงเมืองพาราณสี
เมืองแห่งประวัติศาสตร์
ที่ถูกบันทึกไว้ว่ามีอายุหลายล้านปีมาแล้ว
และเป็นเมืองที่พระโพธิสัตว์มาสร้างบารมีของตนเพิ่มเติมอยู่เสมอๆ
เข้าแวะชมพระราชวังแห่งพระเจ้าพรหมทัต
บนริมฝั่งแม่น้ำคงคา เข้าชมวัดไทยสารนาถ
ซึ่งมีอุโบสถ 2 ชั้นสวยงาม
มีพระพุทธรูปแกะสลักด้วยศิลา
งดงามยิ่งประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ และที่สำคัญ
ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูป
พระพุทธศาสนานุภาพลาภมงคลสมาธิรังษิธรซึ่งแกะสลักด้วยหินทรายแดง
เป็นพระพุทธปรางประธานพร
ที่งดงามที่สุด สูง 23.87 เมตร
สร้างด้วยงบประมาณ 12 ล้านบาทผู้ที่เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพก็จะได้บุญกุศล
ที่ยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าภาพหิน 1
ก้อนขนาดใหญ่ในราคา 20,000 บาท
เพื่อแกะสลักองค์พระและคณะจะร่วม
ทำบุญทอดผ้าป่าที่นี่ด้วย
ได้เวลาพอสมควรเข้าสู่ที่พัก
|
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
(5) |
|
พักที่ |
โรงแรมสุรภิ |
| |
|
|
3)
วันที่ 19
พาราณสี
–
โครักปุร์
|
05.00 |
นั่งรถโค้ชไปลงเรือล่องแม่น้ำคงคา
ถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ขึ้น
และชมกิจกรรมต่างๆที่แม่น้ำ
ชมปราสาทและท่าอาบน้ำต่างๆ
ซึ่งจะมีชาวฮินดูมาอาบน้ำล้างบาปและเจิมหน้า
ชมการบูชาพระอาทิตย์
ชมการเผาศพที่ ท่ากัณณิการ์ฆาฏ
ซึ่งกล่าวกันว่าไฟไม่เคยดับมาเป็นเวลาหลายพันปี
ณ ที่นี่ยังมี มรณาโฮเต็ล
โรงแรมสำหรับผู้สูงอายุมาเช่าอยู่เพื่อรอวันตายของตนด้วย
ซึ่งมีความหวังว่าจะได้ตายใกล้
แม่น้ำคงคาและจะได้เผาที่นี่
เพื่อกระดูกและ เถ้าถ่านจะได้ถูกทิ้งลงแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์จะได้ขึ้น
สวรรค์ตามความเชื่อของคนฮินดู
เสร็จจากล่องเรือชมวัฒนธรรมประเพณีฮินดูแล้ว นำคณะเดินทาง
ไปชมวัดวิศวนาถมัณดิน
ซึ่งมีโบสถ์ที่สวยที่สุดของชาวฮินดู
ซึ่งประดิษฐานพระศิวะผู้คุ้มครองโลก
เจ้าแม่กาลีพระมเหสีของพระศิวะ
พระพรหมผู้สร้างโลกและหนุมานซึ่งชาวฮินดูนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งพลัง
และโคนนทีซึ่งเป็นพาหนะของพระศิวะ
ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือศิวะลึงค์
ซึ่งชาวฮินดูเคารพนับถือ มาก
ถือว่าเป็นผู้ให้กำเนิดแก่มวลมนุษย์ของโลก
ได้เวลาพอสมควรเดินทางกลับโรงแรม
|
|
ช่วงเช้า |
รับประทานอาหารเช้า
ที่โรงแรม
(6) |
|
09.00 |
นำคณะเข้านมัสการธัมเมกขสถูป
อนุสรณ์สถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงพระปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ซึ่งนับได้ว่าเป็นเทศนากัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้าที่โปรดแก่ปัจวัคคีย์
โดยอัญญาโกณฑัญญะ
ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นองค์แรก
จึงเป็นพระสงฆ์องค์แรกของโลกที่บวชด้วยวิธีเอหิภิกขุอปสัมปทา
ทำให้ เกิดพระรัตนตรัยครบ 3
องค์เป็นครั้งแรกในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8
ซึ่งถือเป็นวันอาสาฬหบูชามาจนถึง
ปัจจุบัน
นำคณะร่วมสวดมนต์ธัมจักกัปปวัตตนสูต
เจริญสมาธิภาวนาและเวียนเทียนตามสมควรแก่เวลา
จากนั้นเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองสารนาถ
ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางปฐมเทศนาที่สวยงามที่สุดในโลก
และชมยอดเสาพระเจ้าอโศกมหาราชที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดภายในพิพิธภัณฑ์
จากนั้นเข้าชมมูลคันธกุฏี
ที่ชาวศรีลังกาสร้างไว้ซึ่งมีรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามยิ่งกว่านี้ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธ
รูปปางปฐมเทศนาองค์จำลองอันสวยสดงดงามเยี่ยงเทพเนรมิตไว้
เสมือนองค์จริง
และเยี่ยมชมศิลาจารึก
อักษรชาติต่างๆ
ที่บันทึกพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตรไว้ในหินอ่อน
แม้แต่อักษรไทยก็มีจารึกอยู่ด้วย
เข้าชมและนมัสการพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า
29 พระองค์ ณ ที่นี่ด้วยเช่นกัน
|
|
11.00 |
รับประทานอาหารที่โรงแรม
(7) |
|
12.30 |
นำเข้าเยี่ยมชมวัดไทยสารนาถ
ซึ่งมีอุโบสถ 2 ชั้นที่สวยงาม
มีพระพุทธรูปแกะสลักด้วยศิลางามยิ่ง
ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ
และที่สำคัญขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูปศิลา
ปางประทับยืน องค์ใหญ่มหึมา
ซึ่งกำลังแกะสลักอยู่ด้วยก็จะได้บุญกุศลเป็นอย่างยิ่ง
(สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าภาพหิน
1 ก้อน ขอให้เตรียมเงินไว้ 20,000บาท ก็จะได้เป็นเจ้าภาพ)
ได้เวลาพอสมควร
เดินทางต่อไปยังเมืองโครักปุร์
|
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็น(8) |
|
พักที่ |
โรงแรมโครักปุร์ |
| |
|
|
4)
วันที่
20
โครักปุร์
–
ลุมพิณี(เนปาล)
–
กุสินารา
|
05.00 |
รับประทานอาหารเช้า
(9) |
| |
นำคณะออกเดินทางต่อไปยังประเทศเนปาล
ทางด่านด่านไราวา (PAIRAWA)
เพื่อเข้านมัสการสถานที่ประสูติที่มายาเทวีวิหารและเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราชและสระโบกขรณี
เป็นอนุสรณ์สถานที่อาบน้ำตอนที่
พะพุทธเจ้าประสูติ นำคณะสวดมนต์ไหว้พระ
เจริญสมาธิและเวียนเทียน
หลังจากนี้แวะช้อปปิ้งสินค้า
หัตถกรรมที่ทากหินสีที่สวยงามของชาวเนปาล
บริเวณรอบๆมายาเทวีวิหาร คณะ
และเข้าชมเยี่ยมชม
วัดไทยลุมพินี
คณะของเราจะประกอบพิธีถวายผ้าป่าที่วัดไทยลุมพินีเพื่อสมทบทุนส่งเสริมกิจกรรมสงฆ์
ที่นี่
ถ้ามีเวลาพอเข้าชมวัดนานาชาติ
วัดจีน
|
|
11.00 |
รับประทานอาหารเที่ยง
ที่โรงแรมนิรวานะ (NIRVAN
HOTEL)
(10) |
| |
บ่ายเดินทางกลับสู่ประเทศอินเดีย
ทางด่านโสโนลี
เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองกุสินารา |
|
17.00 |
คณะถึงเมืองกุสินารา
เข้านมัสการพระมหาเจดีย์ที่ปรินิพพาน
พร้อมพระพุทธรูปปางอนุฏฐานไสยาสน์
หรือปางปรินิพพาน ณ
สาลวโนทยานแห่งมัลลกษัตริย์
นำคณะสวดมนต์ไหว้พระ –
เจริญสมาธิภาวนา เวียนเทียน
พอสมควรแก่เวลา ณ มกุฎพันธนเจดีย์
สถานที่ถวายพระเพลิงแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัม-พุทธเจ้า
|
|
ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรมอิมพีเรียล
(11) |
|
พักที่ |
โรงแรมอิมพีเรียล |
| |
|
|
5)
วันที่
21
กุสินารา - ปัตนะ
|
05.00 |
ออกเดินทางไป
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
เพื่อแวะชมความสวยงามของ
สถาปัตยกรรมที่ได้ถูกสร้างขึ้นภายในวัดแห่งนี้
ซึ่งมีทั้งพระเจดีย์ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระราช
ทรัพย์ส่วน พระองค์ให้สร้าง
เป็นที่ประดิษฐานทั้งพระบรมธาตุของพระศาสดา
และทั้งพระเกศาของใน
หลวงรัชกาลที่ 9 ไว้ภายใน
ชมอุโบสถ์ที่งดงาม กุฏิที่เลอเลิศแม้แต่พระเทพฯก็ยังเสด็จมาประทับที่นี่
สวนป่าสวนหย่อม ที่บรรเจิด
ล้วนฝีมือพระผู้ประเสริฐ
ตั้งใจบรรจงไว้ ณ ที่วัดนี้มีคลีนิค 7 บาทรักษา
ทุกโรคไว้บริการเป็นทานแก่ผู้ยากไร้
ขอเชิญคณะของเราที่มีจิตศรัทธาที่จะบริจาคยาหรือเงินสด รวบรวมปัจจัยบุญ
สมทบทุนทอดผ้าป่าส่งเสริมกิจกรรมของคณะสงฆ์
ณ ที่นี่ด้วยตามกำลังศรัทธา
และคณะร่วมถวายผ้าป่า
จากนั้นเดินทางไปนมัสการมกุฎพันธเจดีย์
สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ
นำคณะสวดมนต์ไหว้พระ – เจริญสมาธิภาวนา เวียนเทียน
พอสมควรแก่เวลากลับมา
|
|
ช่วงเช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมอิมพีเรียล
(12) |
|
09.00 |
ออกเดินทางต่อไปยังเมืองปัตนะ |
| |
รับประทานอาหารก่อนเที่ยง(13)
ระหว่างทางแวะชมพระอังคารสถูป
ซึ่งเป็นสถานที่
รวบรวมพระบรมสารีริกธาตุ ทีรับแบ่งมาจากโทนะพราหมที่เมืองกุสินารา
ณ.สถานที่นี้เชื่อว่าเป็นสถานที่ที่
พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุ สังขาร
ปวารเจดีย์
พระองค์ทรงมองไปยังเมืองเวสาลีเป็นครั้งสุดท้ายและกล่าว
ว่าพระองค์จะปรินิพพานอีก 3
เดือนที่เมืองกุสินารา หลังจากนมัสการ
เวียนเทียนสมควรแก่เวลาแล้ว
นำคณะไปชมเมืองเวสาลี
ของกษัตริย์ริชฉวี
ซึ่งเคยรุ่งเรืองมากในสมัยพระพุทธองค์ที่มียอดประสาทมาก
ถึง 7,777 ยอด
|
|
18.00 |
รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรมอโศก
(14) |
|
พักที่
|
โรงแรมอโศก |
| |
|
|
6)
วันที่
22
ปัตนะ
–
นาลันทา
–
ราชคฤห์
–
พทุธคยา
|
06.00 |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมอโศก
(15) |
| |
นำคณะออกเดินทางต่อไปยังเมืองนาลันทา |
|
09.00 |
เดินทางถึงเมืองนาลันทา
นำชมมหาวิทยาลัยนาลันทาเก่า
ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรในอดีตของ
พระพุทธศาสนา
และเป็นสถานที่เกิดและนิพพานของพระสารีบุตรพระอัครสาวกเบื้องขวา
ซึ่งได้รับการ ยกย่องจากพระพุทธองค์ว่าเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านเป็นผู้มีปัญญามากและมีความกตัญญูต่อผู้มี
อุปการะคุณ บรรดาลูกศิษย์ที่มีความเคารพในพระสารีบุตรได้สร้างวิหารล้อมรอบเจดีย์
เพื่อศึกษาเล่าเรียน
พระธรรมวินัยตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จนมีนักศึกษาถึง 10,000
รูป จากหลายประเทศ มีครูอาจารย์
และคนงานถึง 1,500
คน จากนั้นนำคณะไปนมัสการพระพุทธเจ้าพระองค์ดำ
ซึ่งกล่าวกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก
บนบานอธิษฐานจิตขอสิ่งใดในบารมี
มักจะสำเร็จสมปรารถนาเสมอ
ชาวอินเดียศรัทธาและเลื่อมใสมาก
เพราะเมื่อเจ็บป่วยจะมาอธิษฐานจิตเอาน้ำมันมาลูบที่องค์พระแล้วนำไปบริโภคให้หายจากเจ็บป่วยได้
ได้เวลาพอสมควรเดินทางต่อไปเมืองราชคฤห์
|
|
11.30 |
รับประทานอาหารเที่ยงที่โรงแรมรอยัลเรสซิเด็นซี่
(16) |
| |
บ่ายไปบำเพ็ญบารมี
ไหว้พระเจริญสมาธิภายในเวฬุวันมหาวิหาร
วัดแห่งแรกที่
พระเจ้าพิมพิสารสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระพุทธองค์
และเวียนเทียนรอบพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่
ณ
สถานที่ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แด่พระอรหันต์ 1250 รูป
ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายในวันเพ็ญ
เดือน 3 เกิดเป็นวันมาฆบูชาขึ้น
หลังจากนี้เดินทางไปชม ตโปธาราม บ่ออาบน้ำร้อน
ซึ่งสมัยพุทธกาล
พระเจ้าพิมพิสารรวมทั้งพระสงฆ์ใช้ที่แห่งนี้ในการอาบน้ำ
หลังจากนั้นชมคุกพระเจ้าพิมพิสาร
ที่พระเจ้าอา-ชาติศัตรูสร้างขึ้นมาขังและทรมานพระเจ้าพิมพิสารซึ่งเป็นพระราชบิดาจนเสียชีวิตจากนั้นชม โรงพยาบาลหมอชีวก
เดินทางต่อถึงเมืองราชคฤห์
นำคณะขึ้นบูชาพระคันธกุฏีของพระพุทธเจ้าบนยอดเขาคิชฌกูฏ
ถ้ำสุกรขาตาที่พระสารีบุตรบรรลุอรหันต์
ภายหลังอุปสมบทได้ 15 วัน
ชมถ้ำพระมหาโมคคัล-ลานะ
กุฏิพระอานนท์
บนยอดเขาเขาคิชฌกูฏ
ได้เวลาพอสมควรคณะเดินทางต่อไปเมืองคยา
|
|
18.00
|
รับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมตัช
ทาร์พาร์
(17) |
|
พักที่ |
โรงแรมตัช
ทาพาร์
(TAJ DARBAR) |
| |
|
|
7)
วันที่ 23
พุทธคยา - กรุงเทพฯ
|
05.30 |
รับประทานอาหารเช้า
ที่โรงแรม
(18) |
| |
หลังอาหารเช้านำคณะไปนมัสการองค์พระมหาโพธิเจดีย์
และต้นพระศรีมหาโพธิ์อีกครั้งหนึ่ง
เพื่อความเป็นสิริมงคล และสุขสวัสดีมีความสำเร็จเต็มพร้อมด้วยบารมี
ได้เวลาพอสมควร
นำคณะเดินทางไปทีสนามบินคยา
พร้อมเช็คอินสัมภาระ
|
|
11.35 |
เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
โดยสายการบินดรุ๊กเอร์
เที่ยวบินที่
KB 122 |
|
16.25 |
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
|
| |
|
รายการท่องเที่ยวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
|