Unssen Holidays           อันซีน ฮอลิเดย์               www.alleasydo.com                B2B Travel Service                  ATTO Membership

| Home | Tours | Conditions | About us | Contact us |

           

 
ทัวร์อินเดีย พระพิฆเนศ 507

พระพิฆเนศวร

คาถาพระพิฆเนศ

(ใช้สวดเพื่อขอพร หรือปัดเป่าเหตุร้าย)

โองการพินธุ นาถังอุปปันนัง พรหมมะโน จะอินโธ

พิฆฆะเนศโต มหาเทโว อะหังวันทา มิสัพพะทา

สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยัง ประสิทธิเม

 ขบวนแห่พิธี คเณศ จตุรถี
 
ขบวนแห่พิธี คเณศ จตรถ๊

ตามรอยพระพิฆเนศวร มหาเทพแห่งความสำเร็จ

กรุงเทพฯ-มุมไบ-กรุงเทพฯ 7 วันทัวร์ ครบสูตร

วันแรกของการเดินทาง                               กรุงเทพฯ มุมไบ ปูเน่

05.00 น.   พร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ สายการบินเจ็ตแอร์เวย์ เจ้าหน้าที่ คอยอำนวยความสะดวกในการตรวจเอกสาร

08.40 น.   ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ 9W 061 สู่ นครมุมไบ (บอมเบย์)

11.45 น.   เดินทางถึงนครมุมไบ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและทางศุลกากร แล้วนำท่านเข้าเมือง

เที่ยง        จัดบริการอาหารเที่ยง(1) ที่ภัตตาคารสไตล์ อาหารจีน อินเดีย

บ่าย         นำชมประตูเมืองอินเดีย  สร้างด้วยหินทรายสีน้ำผึ้ง ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งทะเลอาระเบียน ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมุมไบ สร้างขึ้นในปี 1911  เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานถึงการเสด็จมาเยือนอินเดียเป็นครั้งแรกของพระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี่ เพื่อทรงร่วมงาน เดลีดารบัร และกองทัพอังกฤษชุดสุดท้ายที่ปกครองอินเดียเดินทางกลับโดยลอดซุ้มประตูโค้งแห่งนี้ จากนั้นนำท่านล่องเรือทะเลอาระเบียนมุ่งสู่  เกาะช้าง(ฆรบุรี)นำชมเทวาลัย ถ้ำอันอลังการ ภายในสลักเสลาอย่างสวยงาม ขุดเจาะขึ้นในศตวรรษที่ 7 – 8 นำสักการะ เทวรูปตรีมูรติ ที่รวมแห่งเทพ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม...สามเศียร หรือตรีมูรติ แสดงปางผู้สร้างผู้รักษา และผู้ทำลาย  นำท่านนั่งเรือกลับมุมไบ นำชมความสวยงามของพระอาทิตย์อัสดงหลังเมืองมุมไบ.....

เย็น          จัดบริการอาหารค่ำ(2)ที่ภัตตาคารอาหารจีน

ค่ำ           เข้าพักที่  Krishna Palace Hotel, Mumbai   

วันที่สองของการเดินทาง                              มุมไบ สิทธิวินายัก ปัลลี ปูเน่

เช้า          จัดบริการอาหารเช้า(3)ที่โรงแรม จากนั้นนำท่านสักการบูชาเทพผู้เติมเต็ม สิทธิวินายัก พิฆเนศวร แห่งความสำเร็จ ประดิษฐานที่มุมไบ เป็นเทพประจำรัฐ และสำคัญที่สุด ตั้งอยู่ที่เมืองมุมไบซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐมหาราษฎร์ ปัจจุบัน..

เที่ยง        จัดบริการอาหารกลางวัน(4)ที่ภัตตาคาร แล้วนำท่านเดินทางไปยังเมือง ปัลลี (Pali)

http://www.atimetraveller.com/india/New_pic/n02.jpgเทวสะถาน ศรีบัลลาเลชวา(ShriBalleswar) เชื่อกันว่าเป็นเทวสะถานที่พระคเณศวร ทรงปรากฎกายในรูปของพราหมณ์หนุ่ม เพื่อช่วยเหลือ และชี้สถานที่สร้างเทวาลัยสำหรับเป็นที่ประดิษฐานของพระองค์  ให้กับ บาลาล หรือบาเลศวรา ผู้ซึ่งเลื่อมใสในองค์พระคเณศวรมาก และวัดแห่งนี้เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้  เป็นวัดแรกหรือหนึ่งในแปด (อัษฎวินายัก) ที่เริ่มยาตราของคณะ....ร่วมทำพิธีอภิเษก  และขอพร....... นำท่านออกเดินทางต่อไปยังเมืองปูเน่....

เย็น          จัดบริการอาหารค่ำ(5)ที่ห้องอาหาร เมืองปูเน่

ค่ำ            เข้าพักที่  Krishna Presidency Hotel, Pune
http://www.nivalink.com/krishnapresidency/index.html

วันที่สามของการเดินทาง                                 โมเร่กาวน์ สิทธิเตก เธ-อูร

เช้า          จัดบริการอาหารเช้า(6)ที่ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เทวสถาน ศรีมยุเรชวาร  ตั้งอยู่เมืองโมเร่กาวน์ (MOREGOAN)คำว่า โมเร่ คือ มยุรา หรือ นกยูงในภาษาไทยเรานั้นเอง ส่วนคำว่ากาวน์ แปลว่าหมู่บ้าน  รวมความได้ว่าเป็น หมู่บ้านนกยูง  เทวสถานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 โดยพระเจ้า โมเรยะ โกสาวิ มีเรื่องเล่ากันมาแต่ครั้งโบราณว่า พระคเณศวรได้ถือกำเนิดขึ้นที่เมืองนี้ โดยที่พระองค์ทรงนกยูงมาสังหารสินธุ บุตรของ จันทระปานี ที่เกิดความอหังการทะนงตนว่าได้รับพรจากพระสุริยะเทพ โดยเที่ยวฆ่าและรังแกฝ่ายเทวดาและจับตัวมาขัง .....พระคเณศวร ได้สังหารสินธุโดยการตัดเศียร และเชื่อกันว่าเศียรของสินธุได้ตกลงมายังเมืองนี้และบริเวณเป็นที่ตั้งเทวสะถานปัจจุบัน

http://www.atimetraveller.com/india/New_pic/n05.jpgเที่ยง        จัดบริการอาหารกลางวัน(7)ที่ภัตตาคารระหว่างทาง หลังอาหารเดินทางต่อไปยังเทวสถานศรีสิทธิวินายัก  ตั้งอยู่เมือง สิทธิเตก(Siddhatek) ริมฝั่งแม่น้ำทีมะ ใกล้กับเมือง อะฮะเมนนคร เทวสถานศรีสิทธิวินายัก  แห่งนี้ก็คือเรื่องราวของการสร้างโลก โดย พระพรหมประชาบดี เมื่อพระองค์ทรงสร้างโลกขึ้นมามาแล้วจุดแรกที่ทรงสร้างขึ้นก็คือ  สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ เทวสะถานศรี  สิทธิวินายัก  แห่งนี้นั่นเอง ความสำคัญอีกประการหนึ่งของเทวสถานแห่งนี้  ก็คือ เทวะรูปขององค์พระคเนศที่เป็น สวายัมภู ( เกิดขึ้งเองตามธรรมชาติ ) มีงวงหันไปทางขวา ( ขวามือของพระคเนศ ) ซึ่งถือว่าเป็นเทวะลักษณะ ที่หายากและปรากฎขึ้นเพียงแห่เดียว  จากจำนวนสวายัมภูทั้งแปดแห่ง (ส่วนใหญ่พระคเนศจะมีงวงหันไปทางซ้ายทั้งสิ้น ) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อยังเมืองเธ- อูร(Theur)เทวสถาน ศรีจินตามณี ( SHRI Chintamani)เมื่อพระเจ้า โมรยะ โกสาวี ได้บรรลุสัจธรรมที่เมืองนี้พระราช โอรสของพระองค์จึงสร้างเทวสะถานแห่งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เล่าสืบกันมาว่า สถานที่แห่งนี้ กานา โอรส ของกษัตริย์ อภิจีต และมหาราณี กูนะวะตีได้เดินทางมาเพื่อแย่งชิงเอาจินดามณี หรือ หินสารพัดนึกจาก  กาปิลา  แต่กาปิลา ไม่ยอมให้จินดามณี พระแม่ดุรคา ได้แนะนำให้กาปิลา ทำพิธีขอพรจาก
พระคเณศและด้วยผลของการบูชาทำให้พระคเนศจึงเสด็จลงมาปราบกานา โดยใช้ขวานฟันหัวของ  กานาขาดภายใต้ต้นกาดัมบา (Kadamba) เหตุการณ์นี้เองทำให้พระองค์มีอีกพระนามหนึ่งว่าจินตมณี “  เชื่อกันว่า ด้วยผลบุญแห่งการยาตรามากราบไหว้บูชา พระคเนศ ณเทวสะถานศรีจินตามณีแห่งนี้   จะทำให้ผู้นั้นหมดความกังวลใจ หมดความทุกข์ใด ๆที่มีอยู่ความทุกข์ทั้งปวงจะถูกขจัดปัดเป่าลงด้วยอานิสงส์แห่งการสักการะบูชานี้ .จากนั้นเดินทางกลับปูเน่ 

เย็น          จัดบริการอาหารค่ำ(8)ที่ภัตตาคาร เมืองปูเน่

ค่ำ            กลับเข้าที่พัก   Krishna Presidency Hotel, Pune

วันที่สี่ของการเดินทาง                                     รันยันกาวน์ เลนยาดรี - โอซฮาร

เช้า          จัดบริการอาหารเช้า(9)ที่ห้องอาหารของโรงแรม  จากนั้นนำท่านสักการะ เทวสถานศรีมหาคณปติ  ณ เมืองรันยันกาวน์(Ranjangoan) ณ ที่แห่งนี้เป็นที่ที่มหาเทพศิวะ ได้จุติมาปราบยักษ์ตนหนึ่ง ที่ชื่อว่า ตรีปุระสูร ซึ่งได้รับพรจากพระคเณศวร   และศิวะเทพเท่านั้นที่สามารถกำจัดได้...... เมื่อมหาศิวะเทพ ได้ต่อสู้เพื่อกำจัดอสูรตนนี้ก็ไม่สามารถปราบลงได้ เทพนพเคราะห์ดวงดาวทั้งเก้าแห่งจักรวาลก็ได้กราบทูลแด่องค์ศิวะเทพ ให้บูชาพระคเณศวรก่อนแล้วจึงจะสำเร็จ  และศิวะเทพก็ได้กระทำพิธีบูชาพระคเณศวร ก่อนจะไปกำจัดยักษ์จนสำเร็จ   และสถานที่แห่งนี้เองเป็นที่ที่พระศิวะได้สถาปนามหาคณปติ    มหาคณปติ หมายถึง ผู้เป็นใหญ่ หรือหัวหน้าคณะทั้งปวง  ในความหนึ่งก็คือพระพิฆเณศนั่นเอง ผลบุญแห่งการยาตรามากราบไหว้บูชาต่อเทวสถานแห่งนี้จึงเชื่อกันว่า จะนำมาซึ่งพลังอันาจยิ่งใหญ สามารถพิชิตมารร้ายหรืออุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงได้สำเร็จและจะทำให้มีชื่อเสียงเกียรติยศปรากฎสืบไป

เที่ยง        จัดบริการอาหารกลางวัน(10)ที่ภัตตาคาร  หลังอาหารเดินทางต่อไปยังเมืองเลนยาดรี นำชมสถานที่ ประสูติขององค์มหาคเนศวร, เทวสะถานคีรีจัตมากา(Gilijatmaka)  ตั้งอยู่บนเนินเขาบนฝั่งแม่น้ำกุกดี  ที่เมืองเลนยาดรี เป็นเทวสะถานที่อยู่ในถ้ำในหุบเขา ต้องขึ้นบันไดถึง 283 ขั้น ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระแม่อุมาปารวตี ต้องการโอรสมากจึงได้ทำพิธีปันยากพรต( บุญยักวริตะ ) ขึ้น เพื่อเป็นการบูชาต่อพระวิษณุเทพ ตามการแนะนำของพระศิวะ  เป็นเวลาหนึ่งปี  ทำให้พระวิษณุโปรดปราณมาก  จึงให้พระกฤษณะไปกำเนิดเป็นบุตรของพระแม่อุมาและสถานที่ที่พระแม่อุมากระทำพิธี ก็คือ เทวสถานคีรีจัตมากา แห่งนี้นี่เอง เชื่อกันว่า พระพิฆเนศเป็นอวตารปางหนึ่งของพระกฤษณะด้วย  การยาตรามายังถ้ำ เทวสะถานคีรีจัตมากา แห่งนี้ก็เพื่อขอบุตร  ซึ่งผลบุญแห่งการยาตราอันเหน็ดเหนื่อย  จะทำให้ผู้ที่ยังไม่มีบุตร และมาประกอบพิธีขอบุตรที่นี่  จะประสบความสำเร็จสมหวังเสมอ และจะได้บุตรที่ดี เฉลียวฉลาดและมีปัญญาหลักแหลม  เหมือนดังองค์พระคเนศ....ให้ท่านได้ชมความงดงามของเทวสถานที่มีศิลปะแบบคุปตะต่างๆ อย่างสวยงาม...สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ โอซฮา(Ozhar)  เมืองที่เป็นที่ตั้ง หนึ่งในแปดเทวสถานอัษฎวินายัก แห่งศรีคเณศวร.เทวสถานศรีวิฆเนฮาร (Shri Vighneshar) เทวสถานนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1833 บางตำราก็บอกว่าสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1783 ซึ่งมีชื่อเสียงมากในเรื่องความงดงามทางสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะยอดโดมที่เป็นทองคำและความงดงามของพวงมาลัยที่ประดับประดาอยู่ในตัวเทวาลัย ตามตำนานกล่าวไว้ว่ากษัตริย์อภินันทะ ได้ประกอบพิธีบูชายัญเพื่อประสงค์ที่จะไปจุตเป็นอินทรเทพ เมื่อพระอินทร์ทราบข่าวจึงส่งกาละ (ตัวหน้ากาล หรือ เวลาเหมือนผู้ทำลาย) ลงมาในร่างวินะสูร  เพื่อขัดขวางการทำพิธีไม่ให้สำเร็จ  ทำให้เกิดความทุกข์เข็นเดือดร้อนไปทุกหมู่มวลมนุษย์ ทุกข์ทรมาน  และพิธีกรรมต่างๆ ก็ไม่สามารถที่จะประสิทธิผลได้  ร้อนถึงเหล่าเทพเทวาทั้งหลายพากันมาสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระพิฆเณศ ขอให้เสร็จลงมาช่วยปราบวินะสูร พระคเนศจึงเสด็จลงมาปราบวินะสูรจนสำเร็จ ก่อนที่วินะสูรจะตายได้ขอร้องให้พระคเณศใช้คำนำหน้าว่า คณ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  พระคเนศจึงได้รับสมญาว่า คณ”  หมายถึงผู้เป็นหัวหน้า หรือผู้เป็นใหญ่  ผลบุญแห่งการยาตราสุ่เทวสถานแห่งนี้ เชื่อกันว่า  จะทำให้เกิดความสะดวกในกิจการงานต่างๆ ปัดเป่าทุกข์ภัยและอุปสรรคในการทำงานต่างๆ อีกด้วย นำท่านเดินทางกลับปูเน่

เย็น          จัดบริการอาหารค่ำ(11)ที่ ภัตตาคาร

ค่ำ            กลับเข้าที่พัก   Krishna Presidency Hotel, Pune

วันที่ห้าของการเดินทาง                                    มาฮัด - มุมไบ

http://www.atimetraveller.com/india/New_pic/n08.jpgเช้า          จัดบริการอาหารเช้า(12)ที่ห้องอาหารของโรงแรม แล้วนำท่านไปสักการะ พระพิฆเนศที่ผู้ศรัทธาทั่วสารทิศร่วมเข้าพิธีอารติยามเช้า ของ ดั๊กดูเศรษฐ์ ที่ชาวปูเน่ นับถือและศรัทธา ถือได้ว่าเป็นองค์พระพิฆเณศที่รวยที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองมุมไบ เดินทางถึงมุมไบ ช่วงบ่าย จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง มาฮัด (Mahad) เมืองสุดท้ายของอัษฏวินายัก เทวสถานศรีวราด์วินายัก (Viradavinayaka ) เป็นสถานที่ที่องค์พระพิฆเณศให้พรแก่รุกมากันดาว่า ถ้าผู้ใดได้ยาตรามายังเทวสถานแห่งนี้ และขอพรต่อเราเราจะประทานพรให้โดยเติมเต็มความปรารถนาของเขาให้ครบถ้วนบริบูรณ์ทุกอย่าง ขอให้ผู้ที่มายังเทวสถานแห่งนี้ จงประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ผู้ที่มีจิตศรัทธาเคารพเลื่อมใสในองค์พระพิฆเนศ หากได้มีโอกาสยาตรา มากราบไหว้ขอพรจากพระองค์ท่าน ณ สถานที่แห่งนี้ จึงเชื่อกันว่า จะประสบความสำเร็จ และความสมหวังมากเป็นพิเศษ

เที่ยง        จัดบริการอาหารกลางวัน(13)ที่ภัตตาคารเมืองมุมไบ

บ่าย         นำท่านสักการะ เทวสถานแห่งพระแม่ลักษมี เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย....สร้างขึ้นเมื่อปี 1890 เมื่อช่างชาวอังกฤษพยายามจะสร้างสะพาน และสิ่งก่อสร้างต่างๆ ณ บริเวณประดิษฐานแห่งพระแม่เดิม ...แต่ก็ไม่สำเร็จเกิดอาเพศต่างๆ จนกระทั่งพระแม่ลักษมีได้มาเข้าฝันชาวบ้านและบอกสถานที่ที่เทวรูปของพระองค์ได้ถูกฝังอยู่ เมื่อเวลารุ่งเช้าชาวบ้านร่วมกันขุด และพบ เทวรูปของพระแม่ลักษมี จึงสถาปนาสถานที่แห่งนี้ขึ้นเป็นเทวสถานถวายแด่องค์พระแม่ลักษมีจากนั้นเป็นต้นมา ชาวบ้านต่างๆ ทั่วทุกสารทิศก็มาสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งความมั่งคั่งมั่นคงแก่ตน นอกจากนี้ยังได้สักการะบูชา พระแม่อุมา เทพแห่งความรักและครอบครัว และพระแม่สุรัสวดี ผู้เป็นเทพแห่งศิลปะ การแสดง และ การบันเทิงต่าง ๆ ....สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมืองมุมไบ

เย็น          จัดบริการอาหารค่ำ(14)ที่ภัตตาคารอาหารจีน  จากนั้นนำท่านนั่งรถม้าชมเมืองเก่ามุมไบ.

ค่ำ           เข้าพักที่   Krishna Palace Hotel, Mumbai   
website:
http://www.krishnapalaceresidency.com 

วันที่ห้าของการเดินทาง                                   มาฮัด - มุมไบ

เช้า          จัดบริการอาหารเช้า(15) ณ ห้องอาหารของโรงแรม   แล้วนำท่านออกชม เมืองมุมไบ  ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าเมือง บอมเบย์”  ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอินเดีย ริมฝั่งทะเลอาระเบียน  เดิมเป็นเกาะ 7 เกาะที่ทางน้ำตื้นเขินจนแผ่นดินเชื่อมต่อกันเป็นแหลมยื่นลงไปในทะเลยาว 22 กิโลเมตร   การเปิดคลองสุเอชในปี 1869  ทำให้เมืองนี้กลายเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในแถบทะเลอาระเบียนและจากการตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร ในศตวรรษที่ 19  มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนมากมายด้วยศิลปะแบบโกธิคที่รุ่งเรืองในยุคนั้น  จนได้ชื่อว่านครลอนดอนอินเดีย”   นอกจากความสำคัญในฐานะเป็นเมืองท่า  มุมไบยังเป็นศูนย์กลางทางการค้า การท่องเที่ยว  ตึกรามบ้านช่องสมัยใหม่ผุดขึ้นมากมาย จนเปรียบเสมือนโลก 2 ยุคมารวมด้วยกัน   มุมไบยังเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งโลกมายา  BOOLIWOODศิลปะการแสดง  เป็นเมืองที่มีการผลิตภาพยนตร์มากที่สุดในโลก ประมาณ 800 เรื่องต่อปี หรือ 2 เท่าของฮอลลีวู้ด  จนได้ชื่อว่า บอลลีวู้ด”   ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีประชากร 20 ล้านคน หนาแน่นที่สุดอันดับ 5 ของโลก นำชม สถานีรถไฟวิคตอเรีย-เทอมินาส  ตั้งชื่อตามพระนามพระราชินีวิคตอเรีย  หรือชื่ออินเดียใหม่ว่า สถานีรถไฟฉัตรปตี ศิวาจีเทอมินาส   สร้างในปี 1888 – 1897 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียโกธิค ผสมผสานศิลปะอินเดีย  ภายในตกแต่งงดงามทรงคุณค่าด้วยผลงานศิลปะของนักศึกษาวิทยาลัยศิลปากรของอินเดีย   ในปี 2004 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก   จากนั้นนำผ่านชมอาคารสถาปัตยกรรมงดงามต่างๆ เช่น  ที่ทำการรัฐบาล มหาวิทยาลัยมุมไบ ...นำท่านชม บ้านพักของท่านมหาตมะคานธี ยังมีทัศนียภาพของสถาปัตยกรรมเก่าๆ  โรงละครรีกัล และประตูสู่อินเดีย ให้เป็นจุดถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก 

เที่ยง        จัดบริการอาหารกลางวัน(16)ที่ภัตตาคาร

บ่าย         เป็นเวลาช้อปปิ้ง ชมสินค้าพื้นเมือง ณ ย่านโคลาบา เลือกหาซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย

เย็น          จัดบริการอาหารค่ำ(17) ณ ภัตตาคาร แล้วนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานซาฮาร์

วันที่เจ็ดของการเดินทาง                                  มุมไบ กรุงเทพฯ

01.00 น.        ออกเดินทางกลับกรุงเทพ โดยเที่ยวบินที่ 9W 062

06.50 น.        เดินทางถึงท่าอากาศสุวรรณภูมิ....โดยสวัสดิภาพ...

รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์และความปลอดภัยของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

อัตราค่าบริการ                          

วันที่

เดือน

ราคาผู้ใหญ่

เด็กเตียงเสริม

เด็กไม่ใช้เตียง

พักเดี่ยว

 

 

52,999.-

---

---

+10,000

อัตราค่าบริการนี้   จะต้องมีผู้โดยสาร (ผู้ใหญ่) ตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป     เด็กไม่สมควรไป

 

 

 

  การกำเนิดของพระพิฆเนศ |  

| ทัวร์ตามลอยพระพิฆเนศ 5 วัน |

 

          08-1551-6236   คุณวสุ

                                  -------------------------------------------------

This site was last updated 10/03/2009      e-mail :