|
วันที่หนึ่ง |
กรุงเทพฯ |
|
22.30
น. |
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เคาน์เตอร์
Q
สายการบินอียิปต์
ซึ่งเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
|
|
วันที่สอง |
กรุงเทพฯ
–
ไคโร (10 ชม.)–
พิพิธภัณฑ์ - กีซ่า |
|
เช้า |
ชม
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์
(Egyptian
Museum)
สถานที่เก็บสะสมโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย
ชมแผ่นศิลาจารึก
(จำลอง) ไรเซตตา
ซึ่งเป็นกุญแจไขปริศนาประวัติศาสตร์
อียิปต์โบราณ
ชมรูปปั้นดิน
ที่แสดงถึงชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์
ชมพระเศียรของพระนางเนเฟอร์ติติ
1 ใน 2
ชิ้นที่มีชื่อของโลก
(อีกชิ้นอยู่ที่เบอร์ลิน)ชมพระรูปของฟาโรห์อัคนาแตน-ฟาโรห์นักปฏิวัติ
ชมพระรูปของพระนางฮัตเชปสุต (ฟาโรห์สตรีองค์เดียวของอียิปต์)
ชมมัมมี่ของฟาโรห์รามเสสที่2
ชมโลงศพทองคำแท้หนัก
110
ก.ก.
พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมน
หนัก
13
ก.ก.
และ
สมบัติส่วนตัวอีกมากมายของพระองค์
เช่น เตียงบรรทม,
รถศึก
และเก้าอี้บัลลังก์ทองคำ
นอกจากนี้ท่านยังได้ชมสมบัติอันล้ำค่าอื่น
ๆ อีกมากมาย เช่น
แหวน,
สร้อยข้อมือ,
สร้อยคอ ฝีมือประณีต
ล้วนมีอายุกว่า
3,300
ปี
|
|
บ่าย |
เดินทางสู่ เมืองกีเซ่ห์
(Gizeh)
ชม
หมู่มหาปิรามิด
(Great Pyramids) 1
ใน
7
สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
องค์ฟาโรห์แห่ง
อียิปต์โบราณสร้างเพื่อฝั่งพระศพของพระองค์เอง
เป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก
สร้างนาน
30
ปีจากหินขนาดใหญ่มาก
แต่ละก้อนหนักกว่า
2
ตัน
วางชิดกันแม้กระดาษก็สอดไม่ผ่าน
ประกอบด้วยปิรามิด
3
องค์ คือ คีออพส์
(Cheops),
เคเฟรน
(Chefren)
และ มิเซรินุส
(Mycerinus)
เฉพาะ เคเฟรน
เป็นปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กล่าวกันว่าอาจนำวิหารเซ็นต์ปิเตอร์ที่กรุงโรมรวมกับวิหารเซ็นต์ปอลด์ที่ลอนดอน
และดูโอโมวิหารแห่งเมืองฟรอเรนซ์
ไว้รวมในปิรามิดแห่งนี้ได้อย่างสบาย
ชม สฟิงซ์
สลักจากเนินหินธรรมชาติ
สูง
21
เมตร ยาว
73
เมตร
อยู่ด้านหน้าทางเข้าปิรามิดเครเฟรน
ส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์
ลำตัวเป็นสิงโต
ชาวอียิปต์นับถือเสมือนหนึ่งเทพเจ้า
พิเศษฟรี
ขี่อูฐ ชมปิรามิด
เชิญท่านหาประสบการณ์ขี่อูฐรอบบริเวณ
มหาปิรามิด
จากนั้นชม
โรงงานผลิตน้ำหอม
ที่มีชื่อเสียงของอียิปต์
สืบทอดการทำมาแต่สมัยพระนางคลีโอพัตรา
ชม วิธีทำกระดาษปาปิรัส
กระดาษชนิดแรกของโลกทำจากต้นกก(Papyrus)
ใช้บันทึกข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์ในสมัยโบราณ |
|
|
|
วันที่สาม |
ไคโร
–
อบูซิมเบล (2.45 ชม.)–
อัสวาน (45 นาที) |
|
เช้า |
ถึง
อาบูซิมเบล
นั่งรถต่อไป“มหาวิหารอาบูซิมเบล”
ประกอบด้วยวิหารใหญ่ของฟาโรห์รามเสสที่
2
และวิหารของเนเฟอร์ตารี
ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์
วิหารอาบูซิมเบล
งดงามยิ่งใหญ่และมีชื่อก้องโลก
ปัจจุบันตั้งอยู่บนหน้าผาขนาดใหญ่
เมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่อัสวาน
ทำให้วิหาร
17
แห่งจมอยู่ใต้น้ำ
องค์ยูเนสโก้
ต้องมาช่วยยกให้พ้นน้ำ
ชะลอขึ้นสูงจากพื้นดิน
65
เมตร
เป็นงานที่ยากมาก
ใช้เวลาทั้งสิ้น
4
ปี สิ้นค่าใช้จ่าย
40
ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา
ภายในวิหารใหญ่มีห้องบูชา
3
ชั้น และมีรูปสลัก
4
องค์นั่ง
อยู่ด้านหน้าวิหาร
แต่ละองค์สูงเท่ากับตึก
8
ชั้น
และทุกปีของวันที่
20
ของเดือนกุมถาพันธุ์
และ ตุลาคม
ลำแสงแรกของพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้าไปต้องรูปสลัก
เล่ากันว่าวันที่
20
ก.พ.
ตรงกับวันประสูติของฟาโรห์รามเสสที่
2
ขณะที่วันที่
20
ต.ค.
ตรงกับวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์
แสดงให้เห็นถึงความเจริญทางวิทยาการทางการคำนวณของชาวอียิปต์โบราณ
สมควรแก่เวลาเดินทางกลับสนามบิน |
|
บ่าย |
ถึง อัสวาน
นำชม
เขื่อนยักษ์อัสวาน
(High Dam)
สร้างปี ค.ศ.
1964
เสร็จปี
1968
ขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์
ช่วยระบบชลประทาน
ทำให้มีผลดีต่อการเพาะปลูกในลุ่มแม่น้ำไนล์
แต่มีผลเสียต่อโบราณสถานหลายแห่ง
และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้ใช้ได้ทั้งประเทศ
จากนั้นชม
เสาหินโอเบลิสก์
แกะสลักจากหน้าผาซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ
(The Unfinished
Obelisk)
เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ
สร้างเพื่อบูชาแด่เทพ
“อามุน-รา”
หรือ สุริยะเทพ
|
|
|
เช็คอิน-เรือสำราญ
ล่องแม่น้ำไนล์ระดับ
5
ดาว
(พัก
3
คืน)
รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ
นั่ง เรือเฟลุกกะ
(Felucca)
ซึ่งเป็นเรือใบเสาเดี่ยวสไตล์อียิปต์โบราณ
ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามหน้าเมืองอัสวาน
รอบเกาะ
Elephantine
ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง |
|
|
|
|
วันที่สี่ |
อัสวาน
–
คอม ออมโบ
(3
ชม.)
–
เอ็ดฟู
(4
ชม.) |
|
เช้า |
รับประทานอาหารเช้า
ขณะ เรือล่องไป
คอมออมโบ
(Kom Ombo)
ชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำไนล์
ระหว่างทางผ่านแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญริมแม่น้ำไนล์
|
|
บ่าย |
ชม วิหารคอม-ออม-โบ
วิหารของเทพเจ้าสององค์
คือ เทพโซเบค
(Sobek)
เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์
มีรูปร่างเป็นมนุษย์แต่เศียรเป็นจระเข้
และ
เทพเจ้าฮาโรเอริส
(Haroeris)
เทพเจ้าแห่งการแพทย์อียิปต์โบราณ
วิหารนี้สร้างบนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำไนล์
เป็นบริเวณที่มีจระเข้ชุกชุมในสมัยโบราณ
วัดนี้จึงบูชาเทพโซเบก
ซึ่งมีหัวเป็นจระเข้
ชมภาพแกะสลักพระนางคลีโอพัตรา
ซึ่งเป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายในการทำภาพยนตร์และภาพแกะสลักที่สำคัญ
คือ
ภาพแกะสลักการแพทย์แผนโบราณ
โดยเฉพาะภาพการคลอดลูกของหญิงอียิปต์โบราณ
และปฎิทินโบราณ
สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเรือ
มีน้ำชาและของว่างบริการรอบบ่าย |
|
|
|
|
วันที่ห้า |
เอ็ดฟู - เอ็ดน่า
–
ลุ๊กซอร์ |
|
เช้า |
นั่ง รถม้า
เพื่อไปชม
วิหารเอ็ดฟู
ซึ่งได้รับการยกย่องว่า
เป็นวิหารอียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบุรณ์ที่สุด
สร้างขึ้นเพื่อบูชา
เทพเจ้าฮอรัส (Horus)
มีเศียรเป็นเหนี่ยว
เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและฉลาดรอบรู้
มองได้ไกลเหมือนตาเหยี่ยว
วิหารนี้มีขนาดใหญ่และสวยงาม
จากนั้นนั่งรถม้าคันเดิมกลับมาที่เรือ
เพื่อรับประทานอาหารเช้า
ขณะที่เรือล่องต่อไปเอ็ดน่า |
|
บ่าย |
เรือแล่นผ่านประตูน้ำที่เอ็ดน่า
ซึ่งมีระดับน้ำต่างกันประมาณ
6
เมตร
ท่านสามารถชมการเปิดประตูน้ำและการถ่ายระดับน้ำได้บนชั้นดาดฟ้าของเรือ |
|
|
|
วันที่หก |
ลุ๊กซอร์
|
|
เช้า |
หลังอาหารเช้าเช็คเอ้าท์จากเรือ
นำท่านเดินทางข้ามไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์
(West Bank)
อดีตเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของคนตาย
หรือ
นครของผู้วายชนม์
(Necropolis of
Thebes)
เต็มไปด้วยกลุ่มโบราณสถานที่มีประวัติน่าพิศวง
ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
ชม
อนุสาวรีย์แห่งเมมน้อน
(Colossi
of Memnon)
รูปสลักหินทรายขนาดใหญ่
2 รูป สูง 20 เมตร
เดิมเป็นวิหารฝังพระศพของฟาโรห์อเมนโนฟิสที่
3
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อ
27
ปีก่อนคริสตกาล
ทำให้ตัววิหารพังทั้งหลังเหลือเพียงรูปสลัก
2
รูป จากนั้นชม
หุบผากษัตริย์
(Valley of the
Kings)
เป็นที่ฝังพระศพของฟาโรห์
62
พระองค์
รวมทั้งฟาโรห์หนุ่มทุทังคาเมน
ภายในหลุมมีจิตรกรรมที่งดงามสีสดใสราวกับเพิ่งวาดเสร็จ
(รวมค่าเข้าชม 3
หลุ่ม
ยกเว้นหลุมของกษัตริย์ทุทังคาเมน
ซึ่งจำกัดให้เข้าชมวันละ
100 ท่าน
ค่าเข้าท่านละ 70
อียิปต์ปอนด์) ชม
วิหารฮัคเชฟซุต
(Temple
of Queen Hatshepsut)
ออกแบบโดยสถาปนิก
ชื่อ
“เซเนมุท”
กว่า 3,500
ปี
เป็นที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัตเชพซุต
รู้จักในนาม
“ราชินีหนวด”
ฟาโรห์หญิงองค์เดียวที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์
อียิปต์โบราณ
ดูยิ่งใหญ่ตระการตา
สมศักดิ์ศรีของพระองค์ |
|
บ่าย |
ชม
“วิหารลุ๊กซอร์”
วิหารทรายเนื้อละเอียดที่ใหญ่มาก
(เป็นวิหารคู่แฝดกับวิหารคาร์นัค)
หน้าวิหารในสมัยโบราณเคยมีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่สองต้นเคียงกัน
ปัจจุบันเสาต้นหนึ่งถูกชะลอไปตั้งไว้ที่จตุรัสคองคอร์ด
กรุงปารีส
เพื่อเป็นของขวัญแด่กษัตริย์นโปเลียนหลุยส์ของฝรั่งเศสในปี
ค.ศ.
1835
ในสมัยของฟาโรห์รามเสสที่
2
พระองค์ได้โปรดให้สร้างอุทยานหน้าวิหารนี้ไป
3
ก.ม.
ชม
“วิหารคาร์นัค
(Karnak)”
ประกอบด้วยอาคารใหญ่โตมากมายหลายหลังและเป็นวิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ได้รับการปฎิสังขรณ์จากฟาโรห์หลายพระองค์
สร้างเพื่อบูชาครอบครัวเทพเจ้า
(Amon – Mut - Khonso)
ทางเข้าวิหารมีรูปแกะสลักของสฟิงซ์เป็นแถวสองข้างทาง
แต่เป็นฟิงค์ที่มีหัวเป็นแพะ
ใช้เป็นทางเดินเชื่อมระหว่าง
วิหารลุ๊กซอร์และวิหารคาร์นัค
ในอดีตกาล
และที่สวยงามมากคือ
Hypostyle Hall
หรือห้องเสา
ซึ่งประกอปด้วยเสาสูง
134
ต้น
เรียงเป็นแถวสลักด้วยอักษรและภาพ
มีเวลาให้เดินเล่นที่ตลาดท้องถิ่น
ก่อนเดินทางเข้าที่พัก |
|
|
|
|
วันที่เจ็ด |
ลุ๊กซอร์
–
ไคโร>คอปติค
ไคโร
–
ชิตาเดล - สุเหร่า -
บาซาร์
–
กรุงเทพฯ
|
|
เช้า |
โดยสายการบินอียิปต์แอร์
เที่ยวบินที่
MS
162
บินถึงกรุงไคโร
หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง
นำท่านชม
Old Coptic Cairo
ชมโบสถ์เซ้นท์เซอร์เจียส
(Church of Saint
Sergius)
-โบสถ์คริสต์ของชาวมุสลิม
อยู่ใจกลางเมืองไคโรเก่า
เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในกำแพงเสาหินดั่งเดิมตั้งแต่ศตวรรษที่
3-4
(อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป
3
ชั้น)
เป็นที่หลบภัยของครอบครัวพระเยซูคริสต์จากเยรูซาเล็ม
กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า
ระหว่างที่พระองค์ยังอยู่ในวัยทารก
เป็นช่วงที่กษัตริย์แฮรอดของจูเดีย
สั่งฆ่าทารกผู้ชายที่เกิดใหม่
ทุกคน โจเซฟและมาเรีย
(ต่อมาเป็นเซ็นต์โจเซฟและพระนางมารี)
ได้นำพระเยซูคริสต์
ซึ่งถือกำเนิดในช่วงนั้น
เดินทางหลบหนีมาซ่อนภัยกันทั้งครอบครัว
ในประเทศอียิปต์เป็นเวลา
4
ปี
อยู่ต่ำจากพื้นปัจจุบันลงไป
3
ชั้น ชม
Citadel
เมืองเก่าชม
ป้อมปราการ
(Citadel)
อยู่บนเนินเขากลางกรุงไคโร
สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงไคโรได้ไกลถึงปิรามิดที่กีเซ่ห์ชม
สุเหร่าแห่งโมฮัมหมัดอาลี
(Mohammad Ali)
สุเหร่าที่ใหญ่และสูงที่สุดในกรุงไคโร
ออกแบบโดยสถาปนิกชาวกรีก
สร้างปี ค.ศ.1830-1848
ให้มีรูปแบบเหมือน
Blue Mosque
ที่อิสตันบูล
แต่ทำไม่เหมือน
ตรงกลางเป็นรูปสี่เหลี่ยมมีโดมขนาดใหญ่สูง
52
เมตร
เส้นผ่าศูนย์กลาง
21
เมตร
มีโดมขนาดเล็กรองรับอีก
4
มุม
ตัวอาคารสร้างด้วยหิน
Albaster
ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้างดงามตามแบบศิลปะ
อิสลาม
หน้าสุเหร่ามีหอนาฬิกา
ที่พระเจ้าหลุยส์ฟิลิปป์แห่ง
ฝรั่งเศส
มอบให้รัฐบาลอียิปต์เป็นของขวัญแลกเปลี่ยนกับเสาโอเบลิสต์
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่
Place de la Concorde
กรุงปารีส
|
|
บ่าย |
***
ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองที่
ตลาดข่าน เอล
คาลิลี่
(Khan El Khalili
Bazaar)
หลากหลายด้วยร้านค้า,
เครื่องเทศ,
เครื่องเงิน,
ร้านทอง และ เสื้อผ้า
ฯลฯ
ชมร้านกาแฟอายุร่วม
200
ปี
“ฟิชาวี
คอฟฟี่เฮาส์”
เปิดขายตลอด
24
ชม.
นักท่องเที่ยวนิยมไปสัมผัส
***
เชิญซื้อ
“คาร์ทูซ”
จี้ทำด้วยทองคำหรือเงินแกะสลักชื่อแบบภาษาอียิปต์โบราณ
(Hieroglyphic
Charaters)
เพื่อเป็นของฝาก
ในรูปทรงยาวเก๋
สวยแปลก
แปลว่ามีอายุยืนยาว
***
กลับกรุงเทพฯโดย
MS 960
ใช้เวลาบิน
8.40
ชั่วโมง |
|
|
|
|
วันที่แปด |
กรุงเทพฯ
|
|
11.55
น. |
ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ. |
|
|